สู้ไม่ไหว! บาซ่าโชว์คลาสสอนบอลปีศาจแดงขาดลอย 3-0 รวมสองนัด 4-0

0
63

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018-2019 รอบก่อนรองชนะเลิศนัดสอง เป็นการพบกันระหว่าง บาร์เซโลนา เปิดรังเหย้าคัมป์นูต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งกุมความได้เปรียบจากการบุกไปชนะที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในนัดแรด 1-0 กลับมาใช้ตัวหลักที่ได้พักในลาลีกาเมื่อสุดสัปดาห์ที่บุกเสมออูเอสก้า 0-0 ลงประจำการเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง นำโดยสามประสานแนวรุกอย่าง ฟิลิปป์ คูตินโญ, หลุยส์ ซัวเรซ และ ลิโอเนล เมสซี

ด้านทีมเยือนของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ซึ่งต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างเดียวเท่านั้น หากหวังจะพลิกสถานการณ์เข้ารอบรองชนะเลิศ หมดสิทธิ์ใช้งาน ลุค ชอว์ ที่ติดโทษแบน ทำให้ต้องโยก แอชลีย์ ยัง มายืนแบ็คซ้าย แล้วขยับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ มาเล่นแบ็คขวา ส่วนแนวรุกใช้ เจสซี ลินการ์ด ประสานงานร่วมกับ อ็องโตนี มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด

ออกสตาร์ทเกมมาได้ไม่ถึงนาทีดี ยูไนเต็ดเกือบจะได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ ปอล ป็อกบา จ่ายทะลุช่องให้ แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวไปดีดด้วยขวา ทว่าบอลดันตกใส่คานด้านบนแล้วกระดอนออกหลังไป

ต่อมานาทีที่ 10 ผู้ตัดสินเป่าให้บาร์เซโลนาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ อิวาน ราคิติช ปะทะกับ เฟร็ด จนล้มลงไป ทว่าเมื่อไปเช็คจาก VAR ก็พบว่า เฟร็ด นั้นเข้าสกัดโดนบอลอย่างชัดเจน ทำให้จังหวะนี้ไม่เป็นการฟาวล์แต่อย่างใด

แม้จะชวดได้จุดโทษ แต่ในนาทีที่ 16 บาร์ซาก็มาจัดการพังประตูขึ้นนำ โดยเริ่มจากความผิดพลาดของ แอชลีย์ ยัง ซึ่งจ่ายบอลไปติด ราคิติช แล้วกระดอนไปเข้าทาง เมสซี ได้ติดเครื่องลากบอลทางกราบขวาตัดเข้าในก่อนซัดเรียดด้วยขวาส่งลูกพุ่งเสียบโคนเสาไกลสุดคมกริบ ช่วยให้อาซูลกรานาออกนำ 1-0

ถัดมานาทีที่ 20 เจ้าบ้านก็มาบวกลูกสองเพิ่มอีก จากจังหวะที่ เมสซี คนเดิม ได้ซัดด้วยขวาหน้าเขตโทษ ซึ่งลูกเหมือนจะเบาเกินไปแล้ว ทว่า ดาบิด เด เคอา ดันรับบอลไม่อยู่ปล่อยให้ปลิ้นลอดแขนตัวเองเข้าไป ส่งให้อดีตแชมป์ 5 สมัยหนีห่างเป็น 2-0

ช่วงทดเวลานาทีที่ 45+2 บาร์ซาเกือบจะได้ประตูที่สาม จากจังหวะที่ จอร์ดี้ อัลบา ไหลบอลทางกราบซ้ายลึกไปเสาไกลให้ แซร์จี้ โรแบร์โต้ พุ่งชาร์จจ่อๆด้วยขวา ทว่าบอลไปตรงตัว เด เคอา เซฟได้แบบเหลือเชื่อ ทำให้จบครึ่งแรกอาซูลกรานายังนำอยู่ 2-0

ครึ่งหลังเกมรุกของเจ้าบ้านก็ยังเหนือกว่ามาก ก่อนจะมาได้ประตูที่สามเพิ่มเติมอีก ในนาทีที่ 61 จากจังหวะที่ คูตินโญ ได้ปั่นโค้งด้วยขวาหน้าเขตโทษแล้วบอลฮุกเสียบคานหมดจดอย่างสวยงาม ส่งให้อดีตแชมป์ 5 สมัยทิ้งห่าง 3-0

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นบาร์เซโลนาเอาชนะไป 3-0 รวมผลสองนัดถล่มขาดลอยถึง 4-0 กรุยทางสู่รอบรองชนะเลิศได้อีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2015