ไก่ไม่ไว้หน้าเปิดบ้านถล่มโรชเดล 6-1 ท่ามกลางหิมะและปัญหาของกรรมการรวมถึง VAR

139

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแข่งใหม่ คู่ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (พรีเมียร์ลีก) เปิดเวมบลีย์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ โรชเดล (ลีกวัน)

ไก่เดือยทอง ล่าสุดเฉือน คริสตัล พาเลซ 1-0 ในเกมลีก นัดนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือวางหมากมาในระบบ 4-2-3-1 นำมาโดยตัวเก่งอย่าง ซน ฮึง-มิน ,เอริค ลาเมลา และ ลูคัส มูรา เป็นแผงแนวรุกปั้นเกมให้ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ หัวหอกคอยล่าตาข่าย

โรชเดล พ่าย วีแกน 1-0 ในเกมล่าสุดของลีกวัน นัดนี้ เคตห์ ฮิลล์ ผู้จัดการทีม จัดทัพมาในระบบ 5-3-2 นำมาโดย แอนดี้ แคนนอน,คัลลัม แคมป์ส และ มาร์ค คิตชิง เป็แผงมิดฟิลด์ปั้นเกมให้กับ เอียน เฮนเดอร์สัน และ สตีเฟน ฮัมพรีส์ คู่หัวหอก

นาทีที่ 7 สเปอร์ส น่าได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ ซน ฮึง-มิน ตะลุยเข้าเขตโทษฝั่งขวาก่อนยิงเสาแรก จอช ลิลลิช ปัดไม่พ้นบอลอยู่หน้าประตู เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ตามาเล่นบอลและมาเข้าทาง เอริค ลาเมลา ยิงเข้าไปง่ายๆ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูหลังมองว่ามีการฟาวล์เกิดขึ้น

นาทีที่ 21 เจ้าถิ่นน่าได้ลูกโทษที่จุดโทษจากจังหวะ ลูคัส มูรา โดยขวางล้มลงในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นีย์ ไม่เป่าและไม่ขอใช้ VAR ประกอบการตัดสินในจังหวะดังกล่าว

นาทีที่ 23 ไก่เดือยทองขึ้นนำจนได้ จากจังหวะ เอริค ลาเมลา พาบอลขึ้นมาหน้าเขตโทษ ก่อนไหลออกซ้ายให้ ซน ฮึง-มิน พาบอลโยกตัดเข้ากลางเขตโทษและซัดด้วยขวาเป็นประตู เจ้าบ้านนำ 1-0

5 นาทีถัดมาเจ้าบ้านมาได้ลูกโทษที่จุดโทษจากจังหวะ คีแรน ทริปเปียร์ โดนดีงล้มลงในเขตโทษ ซึ่งผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกฟรีคิกในครั้งแรก ก่อนขอใช้ VAR และเป่าให้เป็นการฟาวล์ ซน ฮึง-มิน รับหน้าที่สังหาร แต่โดนจับฟาวล์ขณะยิง หลังวิ่งเข้ามาแล้วชะงักหนึ่งจังหวะซึ่งผิดกติกา พร้อมรับใบเหลือง

จากนั้น 3 นาที กลายเป็นทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะ แอนดี้ แคนนอน วางบอลตัดแนวรับเจ้าบ้าน ก่อน สตีเฟน ฮัมพรีส์ จะเข้ามาโฉบบอลลงและแตะหนี มิเชล ฟอร์ม ซัดเสาแรกเข้าไป สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกทีมเยือนเกือบขึ้นนำจากจังหวะ มิเชล ฟอร์ม เปิดบอลไม่ดี ก่อนผู้เล่นเจ้าถิ่นจะเอาบอลลงไม่ดีเช่นกัน กลายเป็นมาเข้าทาง ฮัมพรีส์ หน้าเขตโทษก่อนไหลออกขวาให้ แคนนอน ยิงเรียดเสาสองบอลชนเสาอย่างน่าเสียดาย

เกมครึ่งแรกมีปัญหาเสียเวลากับวิดีโอช่วยตัดสิน หรือ VAR พอสมควร โดยไก่เดือยทองน่าได้ประตูมากกว่าหนึ่งลูก ก่อนมาโดนตีเสมอ จบ 45 นาที สเปอร์ส 1 โรชเดล 1

เริ่มครึ่งหลังไม่ถึง 2 นาที เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะ ลูคัส มูรา พาบอลขึ้นมาก่อนตรงกลางก่อนแทงทะลุช่องให้ เฟร์นานโด ยอเรนเต้ หลุดเข้าไปชิพข้ามตัว จอช ลิลลิช เข้าไปอย่างเหนือชั้น สเปอร์สนำ 2-1

นาทีที่ 53 ไก่เดือยทองมาได้ประตูนำห่างเป็น 3-1 จากจังหวะ ซน ฮึง-มิน พาบอลจึ้เข้าเขตโทษก่อนไหลตามช่องให้ ลูคัส มูรา ตบกลับเข้ามาหน้าประตูให้ ยอเรนเต้ จิ้มเข้าไปง่ายๆ

6 นาทีถัดมาทีมจากลีกสูงสุดมาได้ประตูเพิ่มจากจังหวะ คีแรน ทริปเปียร์ ไหลบอลขึ้นทางขวาให้ มุสซา ซิสโซโก้ จ่ายย้อนกลับให้ ซน ฮึง-มิน กระชากจนสุดเส้นหลังก่อนเปิดให้ ยอเรนเต้ โขกง่ายๆและเป็นแฮตทริคของเจ้าตัวในเกมนี้ สกอร์เป็น 4-1

สเปอร์สยังไม่หยุดแค่นั้น นาทีที่ 63 ลูคัส มูรา แทงบอลทะลุช่องออกซ้ายให้ เอริค ลาเมลา จ่ายบอลมาที่เสาสองให้ ซน ฮึง-มิน วิ่งเข้ามาแปง่ายๆ เจ้าบ้านนำ 5-1  และเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

นาทีที่ 73 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูเพิ่มอีก จากจังหวะปั่นลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษของ เอริค ลาเมลา บอลโค้งหนีกำแพงไปชนเสาอย่างจัง

เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย มีการหยุดเวลาให้เจ้าหน้าที่สนามเข้ามาเคลียร์สนาม หลังหิมะตกใส่อย่างหนักจนมองไม่เห็นในสนาม

ช่วงทดเจ็บ ไคล์ วอล์คเกอร์ ปีเตอร์ส ตัวสำรองของเจ้าบ้านยิงประตูปิดกล่องจากจังหวะรับบอลตามช่องจาก เดเล อัลลี ตัวสำรอง จบ 90 นาที ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส เปิดบ้านชนะ โรชเดล 6-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับ สวอนซี ซิตี้ ในวันที่ 17 มีนาคม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

eighteen − twelve =