เรือใบแกร่งจริงดับสิงห์บลู 1-0 นำฝูงต่อเนื่องรอวันฉลองแชมป์

160

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 29 คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิด เอติฮัด สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ เชลซี อันดับ 5

เรือใบสีฟ้า ล่าสุดถล่ม อาร์เซนอล 3-0 ในเกมลีก เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือวางหมากมาในระบบ 4-3-3 เช่นเคย นำมาโดย แบร์นาร์โด้ ซิลวา , เลรอย ซาเน และ เซร์คิโอ อเกวโร เป็นสามประสานในแนวรุกคอยล่าตาข่าย

สิงห์บลู ฟอร์มยังไม่ดี ล่าสุดแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1 เกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ เทรเนอร์จัดทัพมาในระบบ 3-4-2-1 นำมาโดยแผงเกมรุกอย่าง วิลเลียน , เปโดร โรดริเกวซ และ เอเด็น อาซาร์ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า

นาทีที่ 27 เรือใบสีฟ้า เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ เปิดลูกฟรีคิกของ เควิน เดอ บรอยน์ บอลเลยไปถึง เลรอย ซาเน รออยู่ที่เสาสอง ก่อนเอาบอลลงและโยกยิงด้วยขวา บอลผ่านมือ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ไปแล้ว แต่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ยืนสกัดจากหน้าปากประตู

เกมครึ่งแรกเป็นทางเจ้าบ้านที่ได้รุกหนักใส่ทีมเยือน แต่ยังไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้ จบ 45 นาที แมนฯ ซิตี้ 0 เชลซี 0

เริ่มครึ่งหลัง 36 วินาที ซิตี้ ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะ อิลคาย กุนโดกัน วางบอลยาวเข้ามาในเขตโทษ ก่อน อันเดรส คริสเตนเซน จะสกัดพลาดไปเข้าทาง อเกวโร ไหลบอลต่อให้ ดาบิด ซิลบา ที่อ้อมมาด้านหลังก่อนเปิดกลับเข้ามาเสาสองให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา แปสวนทาง ธิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าไป เจ้าบ้านนำ 1-0 

นาทีที่ 54 สิงโตน้ำเงินครามได้ลุ้นตีเสมอ จากจังหวะ เชสก์ ฟาเบรกาส แทงบอลยาวออกทางขวา วิคเตอร์ โมเซส หลุดเข้าเขตโทษก่อนจะได้จังหวะซัดเต็มแรง แต่ยิงหลุดกรอบออกไปเอง

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 เก็บ 3 แต้ม แข่ง 29 นัด มี 78 คะแนน รั้งจ่าฝูง ส่วนสิงห์บลูแข่ง 29 นัด มี 53 คะแนนรั้งอันดับ 5 เช่นเดิม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

15 − six =