กินกันไม่ลง! อาซายิงให้เชลซีนำก่อนสุดท้ายสเตอร์ริดจ์ยิงสวยท้ายเกมส์เสมอกันไป 1-1

61

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เกมบิ๊กแมตช์ประจำวันเสาร์ที่ 29 กันยายน เชลซี มีโปรแกรมเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

ทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี ยังคงไม่มีเปโดร โรดริเกวซ ที่ยังไม่หายจากอาการเจ็บ นอกนั้นยังคงเป็นตัวหลักที่ลงเล่นบ่อยครั้งในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นเอ็นโกโล ก็องเต้, จอร์จินโญ, มาร์กอส อลอนโซ รวมถึง เอเด็น อาซาร์ ที่ลงประสานงานกับโอลิวิเยร์ ชิรูด์ และวิลเลียน

ทางฝั่งหงส์แดงของเทรนเนอร์เจอร์เก้น คล็อปป์ วันนี้ส่งจอร์แดน เฮนเดอร์สัน คุมแดนกลางกับ เจมส์ มิลเนอร์ และ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ขณะที่แผงหลังก็ได้โจเอล มาติป กลับมาเป็นตัวสำรองแล้ว ด้านสามประสานเกมรุกยังคงเป็นโมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน

โอกาสยิงหนแรกของเกมเกิดขึ้นนาทีที่ 4 เมื่อเชลซีเสียบอลแดนกลาง และเป็นโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ปั่นบอลทิศทางพุ่งเข้ากรอบ แต่น้ำหนักเบาทำให้เกป้า อาร์ริซาบาลาก้ารับไว้ไม่ยาก

ทีมเยือนยังได้บุกต่อเนื่อง หนนี้ซาดิโอ มาเนหาโอกาสสับไกลนอกกรอบ แต่มาร์กอส อลอนโซที่ตามประกอบคอยบีบพื้นที่ไม่ให้ยิงถนัด ส่งให้บอลหลุดออกไปไกลในช่วง 15 นาทีแรกของเกม

นาทีที่ 21 โอกาสยิงหนแรกของเชลซี เป็นวิลเลียนที่หลุดการประกบของแนวรับหงส์แดงเข้าไปยิงในกรอบโทษ แต่อลิสสัน นายทวารแซมบ้าออกมาบล็อคได้ทัน

จนนาทีที่ 25 จากจังหวะชิ่งกันกลางสนามของเชลซี สุดท้ายเป็นมัตเตโอ โควาซิช จ่ายทะลุกองหลังหงส์แดงให้เอเด็น อาซาร์ หลุดเข้าไปยิง แม้จะเป็นเท้าซ้ายข้างไม่ถนัด แต่น้ำหนักดีพอที่จะผ่านมืออลิสสันเช้าไป เชลซีนำ 1-0

นาทีที่ 32  โมฮัมเหม็ด ซาลาห์มีโอกาสยิงตีเสมออีกครั้ง แต่อันโตนิโอ รูดิเกอร์ยังเข้ามาสกัดจากเส้นปากประตูหวุดหวิด เวลาที่เหลือใน 45 นาทีแรก ลิเวอร์พูลพยายามบุกกดดันใส่อย่างหนัก แต่ยังเปลี่ยนผลเป็นประตูไม่ได้ เชลซียังคงนำ 1-0

เกมในครึ่งเวลาหลัง กว่าที่ทั้งสองทีมจะหาโอกาสจบน่าลุ้นเป็นของทีมจากเมอร์ซีไซด์ และเป็นซาดิโอ มาเน แหวกกองหลังสิงห์บลูเข้าไปซัดเน้นๆ ทว่าเคป้ายังปฏิกิริยาไวล้มตัวปัดทิ้งหวุดหวิด ในช่วงก่อนเช้าสู่นาทีที่ 60

นาทีที่ 63 จากจังหวะเล่นฟรีคิกเร็วของเชลซี  เอ็นโกโล ก็องเต้จ่ายบอลเร็วให้เอเด็น อาซาร์ วิ่งหนีแนวรับเข้าไปดวล 1-1 กับอลิสสันแล้ว ทว่าสตาร์หมายเลข 10 ยังซัดไม่ผ่านเซฟของโกลชาวบราซิล

อีก 7 นาทีต่อมา เซอร์ดาน ชากิรี ตัวสำรองที่ลงมาแทนโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ เข้าชาร์จบอลจากลูกโยนของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แต่ดันไปเปิดหน้าเท้ามากไป ทำให้บอลหลุดออกหลังแบบไม่มีลุ้น รวมถึงโอกาสลุ้นติดๆกันที่โรแบร์โต้ ฟีร์มิโนตั้งศีรษะโขกเหน่งๆ แม้เคป้าจะหมดสิทธิ์ป้องกัน แต่ยังมีดาวิด หลุยส์เตะสกัดทิ้งได้

นาที 78 เอเด็น อาซาร์หาจังหวะเปิดฟรีคิกไปยังกรอบโทษหงส์แดง แม้โมราต้าจะได้ขึ้นโหม่ง แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไว้ก่อนแล้ว

ช่วงที่เหลือ แม้ว่าลิเวอร์พูลจะเดินหน้าบุกทวงประตูตีเสมอ ทว่าก็ยังไม่เฉียบคมกันเอง อีกทั้งเหล่าแข้งเชลซียังช่วยกันสกัดเกมรุกได้ค่อนข้างดี ในขณะที่เชลซีเองก็พยายามหาจังหวะเล่นสวนกลับ แต่สุดท้ายไม่มีประตูเพิ่ม

แต่แล้วนาทีที่ 88 เป็นแดเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตนักเตะเชลซีที่ลงมาเป็นสำรองซัดไกลบอลพุ่งชนิดที่เคป้าหมดสิทธิ์ป้องกัน สกอร์กลับมาเสมอกันที่ 1-1

จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่ม หมดเวลาการแข่งขัน เชลซีพลาดท่าท้ายเกมโดนลิเวอร์พูลตามตีเสมอ 1-1 แบ่งกันไปทีมละคะแนน ส่งผลให้หงส์แดงรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงจากการมี 19 คะแนน เนื่องจากผลต่างประตูได้เสียเป็นรองแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงอยู่ที่ 6 ประตู ส่วนสิงห์บลูมี 17 คะแนน รั้งที่ 3

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

ten + twelve =